Articles

 เตรียมตัวเดินทาง สู่ประเทศสิงคโปร์


5O24

หนังสือเดินทาง
สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปสิงคโปร์ Passport (หนังสือเดินทาง) จะต้องมีอายุเหลือไม่ต่ำกว่า 6 เดือน (นับจากวันที่เดินทาง)

เอกสารที่ต้องใช้ในการขอหนังสือเดินทาง
สำหรับ การขอทำหนังสือเดินทางสำหรับประชาชนทั่วไป ที่อายุเกิน 20ปีขึ้นไปแล้ว จะต้องเตรียมเอกสารเพื่อยื่นขอทำหนังสือเดินทาง ดังนี้
1. บัตรประจำตัวประชาชนที่ยังมีอายุใช้งานหรือ บัตรข้าราชการ หรือบัตรประจำตัวที่ใช้แทนตามกฎกระทรวงมหาดไทยฉบับจริง(ในกรณีที่เป็นบัตรข้าราชการให้นำสำเนาทะเบียนบ้านมาด้วย) 
2. หากมีรายการแก้ไขชื่อสกุล หรือวันเดือนปีเกิด ฯลฯ ซึ่งไม่ตรงกับบัตรประชาชนให้นำหลักฐานการแก้ไขที่เกี่ยวข้องมาแสดงด้วย เช่น หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ
3. การทำหนังสือเดินทางใหม่ ต้องเสียค่าธรรมเนียม 1,000 บาท ค่าจัดส่งไปรษณีย์ 40 บาท

กรณีที่ผู้ยื่นขอเป็นผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 15 ปี ก็จะมีรายละเอียดเอกสารที่ต่างออกไป ดังนี้ 
1. สูติบัตรฉบับจริง หากเป็นฉบับสำเนาก็ต้องได้รับการรับรองจากเขตหรืออำเภอ มาแสดงพร้อมผู้มีอำนาจปกครอง
2. บัตรประจำตัวประชาชนที่ยังมีอายุใช้งานหรือ บัตรที่ใช้แทนได้ตามกฎกระทรวงมหาดไทย ของบิดา มารดาหรือผู้มีอำนาจปกครองฉบับจริง และหากชื่อ-นามสกุล บิดา มารดาในสูติบัตรไม่ตรงกับบัตรประจำตัวประชาชนให้นำหลักฐานการเปลี่ยน ชื่อ-นามสกุล ที่เป็นต้นฉบับมาแสดงด้วยในกรณีที่มารดาหย่าและจดทะเบียนสมรสใหม่และใช้นาม สกุลใหม่ตามสามีให้นำหลักฐานการหย่าและการสมรสที่เป็นต้นฉบับมาแสดงด้วย 
3. หนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศ และบัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของบิดา มารดา ในกรณีที่บิดา/มารดาหรือฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่สามารถมาแสดงตัวได้ 
4. เอกสารอื่น ๆ ที่จำเป็น อาทิหลัก ฐานใบเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนามสกุล เอกสารหลักฐานการรับรองบุตรหรือรับบุตรบุญธรรม บันทึกการหย่าซึ่งมีข้อความระบุให้บุตรอยู่ในความดูแลของบิดาหรือมารดา เป็นต้น 
5. ส่วนในกรณีต่าง ๆ เช่น กรณี บิดา มารดา ของผู้เยาว์เสียชีวิต,กรณีที่บิดา มารดาของผู้เยาว์เป็นชาวต่างชาติที่มิได้จดทะเบียนสมรส,กรณีที่ไม่สามารถ ตามหาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมาให้ความยินยอมได้,กรณีบิดามารดามิได้จดทะเบียนสมรสแต่ บุตรอยู่ในความดูแลของบิดาฝ่ายเดียวมาตลอด และไม่สามารถตามหามารดาได้ซึ่งกรณีเหล่านี้ให้นำคำสั่งศาลซึ่งระบุชื่อผู้มี อำนาจปกครองพร้อมบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีอำนาจปกครองมาแสดงด้วย 
6. การทำหนังสือเดินทางใหม่ ต้องเสียค่าธรรมเนียม 1,000 บาท ค่าจัดส่งไปรษณีย์ 40 บาท

กรณีหากเป็นผู้เยาว์ที่อายุ 15 ปีขึ้นไป แต่ยังไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ ก็สามารถขอทำหนังสือเดินทางด้วยตัวเองได้โดยใช้เอกสาร ดังนี้ 
1. บัตรประจำตัวประชาชนที่ยังมีอายุใช้งาน หรือ บัตรประจำตัวที่ใช้แทนตามกฎกระทรวงมหาดไทย 
2. หนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศที่ผ่านการรับรองจากอำเภอหรือเขต และบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ปกครองพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง 
3. เอกสารอื่น ๆ ที่จำเป็น อาทิ หลัก ฐานใบเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนามสกุลเอกสารหลักฐานการรับรองบุตรหรือรับบุตรบุญธรรมใบสำคัญการสมรส ทะเบียนสมรสทะเบียนหย่า ทะเบียนบ้าน คำสั่งศาลกรณีระบุผู้มีอำนาจปกครองแทนบิดามารดาเป็นต้น 
4. เสียค่าธรรมเนียม 1,000 บาท ค่าจัดส่งไปรษณีย์ 40 บาท

konsul

สำนักงานของกองหนังสือเดินทาง
1. กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เลขที่ 123 ถ.แจ้งวัฒนะ หลักสี่ กรุงเทพ โทร 02 9817171-80 ต่อ 2001-3 
2. ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า สาขาปิ่นเกล้า ชั้น 8 โทร 02 884882930 
3. ศูนย์การค้าเซ้นทรัล บางนา ชั้น 5 โทร 02 7440893-4 
กรุณาสอบถามรายละเอียดกับทางสำนักงานกงสุล อีกครั้งเพื่อความแน่นอน

travel-visa

Visa การเข้าประเทศสิงคโปร์

สำหรับคนไทย การเดินทางไปประเทศสิงคโปร์ หากไม่เกิน 14 วัน จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องยื่นเรื่องขอทำ Visa หากต้องการอยู่เกิน 14 วัน สามารถขอ Visa ได้ที่..

สถานเอคอัครราชทูตสิงคโปร์ ประจำประเทศไทย ตึกรัจนาการ ชั่น 9 เลขที่ 183 ถนนสาทรใต้ เขตยานนาวา กรุงเทพ 10120 โทร. 02 2862111, 02 2861434 หรือ e-mail This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. (เปิดทำการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30 - 12.00 น. และ 13.00-16.30 น.)

สถานทูตไทยในสิงคโปร์ ถนนออร์ชาร์ด สิงคโปร์ 238870 โทร (65) 6737-2644, 67372175-6

terminal-1-kerbside-and-facade

การเดินทางสู่ประเทศสิงคโปร์
โดยส่วนใหญ่จะใช้การเดินทาง โดยเครื่องบิน (มีหลายสายการบินให้เลือกเดินทาง เช่น Jetstar Airways/ สายการบินไทย / สายการบิน สิงคโปร์ แอร์ไลน์) สนามบินของประเทศสิงคโปร์ มีชื่อว่า สนามบิน ชางกี หรือ Changi international Airport ปกติจะใช้เวลาเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ ถึง สนามบิน ชางกี สิงคโปร์ ประมาณ 2 ชั่วโมง

ภูมิอากาศของประเทศสิงคโปร์
ประเทศสิงคโปร์มีภูมิอากาศ แบบร้อนชื้นเส้นศูนย์สูตร ซึ่งสภาพอากาศของประเทศสิงคโปร์ ก็จะคล้ายคลึงกับสภาพอากาศทางภาคใต้ของประเทศไทย กล่าวคือ อากาศจะร้อนและเปียกชื้นทั้งปี และจะมีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ระหว่างอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยคือ 31 องศาเซลเซียส และต่ำสุด 23 องศาเซลเซียส

ประเทศสิงคโปร์มี 2 ฤดู ได้แก่...
ฤดูร้อน จะอยู่ในช่วง เดือนกุมภาพันธ์ - เดือนตุลาคม 
ฤดูฝน จะอยู่ในช่วง เดือนพฤศจิกายน - เดือนมกราคม

เวลา
สิงคโปร์เวลาเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง (ดังนั้น อย่าลืมปรับเวลาที่นาฬิกาของท่านเมื่อเดินทางถึงประเทศสิงคโปร์

5

 

อัตราแลกเปลี่ยน
สิงคโปร์ใช้สกุลเงิน เหรียญ (ดอลล่าร์) สิงคโปร์ (SGD) อัตราแลกเปลี่ยนจะประมาณ 23-25 บาท ต่อ 1 ดอลล่าร์สิงคโปร์ (กรุณาตรวจเช็คอัตราแลกเปลี่ยนของ สิงคโปร์ ปัจจุบันจาก ลิงค์อัตราแลกเปลี่ยน ด้านล่าง)

ภาษา
สิงคโปร์ ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก นอกจากนี้จะมีภาษาจีนกลาง และภาษามาเลย์

singapore-plug

ระบบไฟฟ้า
สิงคโปร์ ใช้กระแสไฟฟ้า 220-240 โวลต์ เหมือนกับประเทศไทย แต่รูปแบบของ “ปลั๊กไฟ” จะไม่เหมือนของไทย คือจะเป็นแบบเต้าเสียบ 3 ขา (ของไทยจะใช้สองขา) ดังนั้น จึงต้องใช้ตัวแปลง (จาก 2 ขา เป็น 3 ขา) โดยปกติโรงแรมส่วนใหญ่จะมีปลั๊กสำหรับแปลงไว้ให้บริการ (ค่ามัดจำประมาณ 1 เหรียญสิงคโปร์ ได้เงินคืนเมื่อคืนของ)

โทรศัพท์

หากโทรศัพท์จากเมืองไทยไปสิงคโปร์ ต้องกดรหัสผู้ให้บริการ 001 หรือ 008 หรือ 009 ตามด้วยรหัสประเทศ 65 แล้วตามด้วยหมายเลขที่ต้องการโทร 8 หลัก แต่หากโทรภายในประเทศสิงคโปร์ ก็สามารถใช้เบอร์โทรได้เลย โดยอัตราค่าโทรจะเป็น 0.10 (SGD) ต่อ 3 นาที

s2 2

การเดินทาง
สิงคโปร์ สามารถเดินทางโดยระบบขนส่งสาธารณะได้หลายรูปแบบ ได้แก่...
รถประจำทาง
ให้บริการ 06.00-24.00 น. อัตราค่าโดยสารสำหรับรถประจำทางธรรมดา เริ่มต้นที่ 0.70-1.40 C ส่วนรถประจำทางปรับอากาศ 0.80-1.70 เหรียญสิงคโปร์ (ข้อควรระวังการจ่ายค่ารถประจำทางจะไม่มีการทอนเงินดังนั้น ควรเตรียมให้พอดีกับค่าโดยสารที่ต้องจ่าย)
รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT
ให้บริการ 05.30-24.00 น. อัตราค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 0.80-1.80 เหรียญ (สิงคโปร์) สำหรับนักท่องเที่ยวไม่ควรซื้อตั๋วรถไฟแบบ EZLink ควรซื้อเป็นตั๋วเที่ยวเดียว เพราะว่าขาออกสามารถแลกคืนได้ ตอนซื้อตั๋วจะต้องไปซื้อที่ตู้บริการขายตั๋วอัตโนมัติในสถานีรถไฟ ซึ่งเป็นเครื่องกดแบบช่วยตัวเอง ควรเลือกกดตั๋วแบบ Standard Ticket จากนั้นกดเลือกสถานที่(สถานี)ปลายทางที่เราจะไป เครื่องจะแสดงจำนวนเงินว่าเราต้องใส่ไปกี่เหรียญ จากนั้นเราก็หยอดเหรียญไปตามนั้น ถ้าเกินเครื่องก็จะทอนเงินมาให้โดยอัตโนมัติ (เวลาซื้อตั๋วเที่ยวเดียวเครื่องจะบวกค่าประกันบัตร 1 เหรียญ (สิงคโปร์) ดังนั้น เมื่อเราเดินทางถึง(สถานี)จุดหมาย ก็นำไปคืนที่ตู้ แล้วกด refund โดยสอดบัตรเข้าไป แล้วรับเงินคืน อย่าลืมว่าต้องเป็นภายในวันเดียวกันเท่านั้น)

รถแท็กซี่มิเตอร์
ราคาจะขึ้นตามมิเตอร์ เริ่มต้นที่ประมาณ 2.40 เหรียญ (สิงคโปร์) และเพิ่ม 10 เซ็นต์ ต่อ 250 เมตร
** ต้องจ่ายเพิ่มอีก 50 % หากเป็นการใช้บริการระหว่าง เที่ยงคืน - 6.00 น. 
** การใช้บริการจากสนามบินชางกี เพิ่มค่าบริการอีก 3 เหรียญ (สิงคโปร์) ยกเว้นวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ 17.00-24.00 น. เพิ่มค่าบริการ 5 เหรียญ (สิงคโปร์)
** การเรียกบริการทางโทรศัพท์ เพิ่มค่าบริการอีก 3.20 เหรียญ (สิงคโปร์) และหากเป็นการโทรจองล่วงหน้าเกิน ครึ่งชั่วโมง ต้องเพิ่มค่าบริการ 5.20 เหรียญสิงคโปร์
** มีการใช้ระบบ ERP (คิดค่าใช้ถนนโดยเครื่องอีเลคโทรนิกส์) จะต้องเสียเพิ่มอีก 30 เซ็นต์ - 2 เหรียญ (สิงคโปร์) ในกรณีที่รถวิ่งผ่านถนนที่มีการคิดเงิน


EZLink

นักท่องเที่ยวที่จะอยู่ในสิงคโปร์นาน ๆ และจะต้องขึ้นทั้งรถ MRT รถประจำทาง รถแท็กซี่ สามารถซื้อตั๋ว EZLink ซึ่งเป็นตั๋วแบบหักมูลค่าที่ใช้ไปในแต่ละครั้ง EZLink สามารถใช้ร่วมกันได้ทั้ง MRT รถประจำทาง Taxi สถานที่ท่องเที่ยวบางแห่ง
 
บัตร EZLink ราคา 15 เหรียญ (สิงคโปร์) (มูลค่าที่ใช้ได้ 7 เหรียญสิงคโปร์ ค่ามัดจำบัตร 3 เหรียญสิงคโปร์ (ได้คืนเมื่อเลิกใช้) และเงินค่าบัตร 5 เหรียญ (สิงคโปร์) (ไม่ได้คืน) 

การเติมเงินเพิ่มในบัตร EZLink ทำได้ที่ตู้อัตโนมัติ และเพิ่มได้ครั้งละ 10 เหรียญ (สิงคโปร์) 

วิธีการใช้บัตร EZLink ก็ง่ายมาก แค่เอาบัตร EZLink ทาบไปบนเครื่องตัดบัตร ที่มีรูปบัตร EZLink เมื่อเครื่องตัดเงินเรียบร้อยจะมีสัญญาณแจ้งให้เราทราบ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพ
เว็บกระปุกดอทคอม http://travel.kapook.com/view115.html
Blog จาก http://lanla-liuliu.exteen.com/page/2
เว็บเอ็มไทย http://travel.mthai.com/world-travel/62486.html
http://www.letstravelgroup.com
http://pitakladapa.blogspot.com/
http://paow007.wordpress.com/page/2/