Articles

 ทำไมต้องไป Summer Camp ประเทศสิงคโปร์

5O24

        สิงคโปร์ เป็นที่รู้จักในนามของประเทศที่มีระบบการค้าที่ดีที่สุดในเอเชียและเป็นหนึ่งใน 4 เสือของเศรษฐกิจในเอเชียด้วย เพราะสิงคโปร์เป็นผู้นำทางด้านศูนย์กลางทางการเงินในอันดับ 4 ของโลก จนได้รับฉายาว่า “ประเทศแห่งโอกาส” จากการจัดอันดับโดย PricewaterhouseCoopers 2557

ทำไมการศึกษาจึงแตกต่าง?
          เมืองหลวงของสิงคโปร์รู้จักกันดีว่า เป็นเมืองศูนย์กลางแห่งธุรกิจ การเงินและการศึกษาแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยล่าสุดได้รับการยอมรับว่าเป็นเมืองที่เติบโตทางเศรษฐกิจเร็วที่สุดในโลก (2557) จึงทำให้นักเรียนต่างชาติที่มาเรียนที่นี่ได้รับโอกาสในการเรียนที่เป็นมาตรฐานระดับโลก จนกลายเป็นศูนย์กลางทางการศึกษาระดับเอเชีย โดยมีนักเรียนต่างชาติมากกว่า 50,000 คน/ปี มาเรียนที่สิงคโปร์ ซึ่งทางรัฐบาลก็ได้ตั้งเป้าว่าจะเพิ่มให้ถึง 150,000 คน ภายในปี 2015 
          นอกจากนี้ นักเรียนยังได้เรียนรู้วัฒนธรรมที่น่าสนใจไปพร้อมๆ กัน ทั้งเรื่องเชื้อชาติที่มีความหลากหลาย เช่น ชาวจีน มาเลย์ อินเดีย และยุโรป ที่มาตั้งรกรากอยู่ที่นี่ และสามารถดำรงชีพเข้ากันได้อย่างไม่น่าเชื่อ จึงทำให้มีหมู่บ้านและชุมชนที่ไม่เหมือนกัน เช่น Chinatown, Little India และ Malay Village อีกทั้งยังไม่ลืมในเรื่องของอาหารและรสชาติแบบเอเชีย จึงทำให้สิงคโปร์เป็นสวรรค์ของอาหารอย่างแท้จริง จนกลายเป็นชนชาติ “คนสิงคโปร์” รวมทั้งประเพณีต่างๆ ที่ยังคงไว้เหมือนในอดีต
          ปัจจุบันสิงคโปร์ได้มีการพัฒนาและเพิ่มข้อเสนอสำหรับนักเรียนต่างชาติ ด้วยการปรับปรุงระบบการศึกษา และเพิ่มความน่าเชื่อถือในระบบของมหาวิทยาลัย โดยมหาวิทยาลัยหลักอย่าง The National University of Singapore และ Nanyang Technology University ก็ติดอยู่ใน 100 อันดับแรกของมหาวิทยาลัยโลก โดยเฉพาะ Nanyang Technology University ที่ล่าสุดอยู่ในอันดับ 16 ของการจัดอันดับสุดยอดมหาวิทยาลัยโลก โดยนิตยสารไทมส์ (TIMES Magazine, 2557) และถึงจะมีการใช้ภาษาเอเชียท้องถิ่น แต่ก็มีการใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ ทำให้สังคมมีความเป็นสากล และส่งผลให้ระบบการศึกษาเป็นแบบ Bilingual มีการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษเป็นหลัก และภาษาท้องถิ่น ทั้งภาษามาเลย์ จีนแมนดาริน ทมิฬ เป็นภาษารอง

สิงคโปร์ เมืองแห่งสิ่งแวดล้อม
         สิงคโปร์มีการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างวัฒนธรรมตะวันออกกับตะวันตก โดยเฉพาะผังเมืองที่มีความสมบูรณ์ไม่ว่าจะเป็นเขตการค้าที่มีความคึกคัก หรือเขตสวนสาธารณะที่เงียบสงบ จะเห็นได้ว่าตามสถานที่สาธารณะทุกแห่ง เช่น สนามบิน สะพานลอย อาคารสูง หรือห้องสุขาสาธารณะก็ล้วนแต่มีต้นไม้ หรือสวนดอกไม้ขนาดย่อมตั้งอยู่ ซึ่งสร้างบรรยากาศที่สะอาดบริสุทธิ์ให้แก่ตัวเมือง แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของรัฐบาลสิงคโปร์ที่พยายามอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม อากาศที่โปร่งใส และบริสุทธิ์
          ปี 2557 กฎหมายของประเทศสิงคโปร์มีความเข้มงวดมากโดยผู้ที่สูบบุหรี่ในที่ห้ามสูบ ทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทาง หรือฝ่าฝืนกฎจราจรจะต้องเสียค่าปรับอย่างหนัก ดังนั้นคนที่นี่จึงรักษาความสะอาดในที่สาธารณะอย่างเคร่งครัด รวมไปถึงการแยกประเภทขยะ มีจิตสำนึกในการรักษาความสะอาดดีมาก ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ แม้กระทั่งผู้สูงอายุก็เก็บเศษกระดาษลงถังขยะเสมอ และเพื่อที่จะลดปริมาณการเกิดมลภาวะ รัฐบาลสิงคโปร์จึงได้ออกกฎหมายควบคุมปริมาณรถยนต์ในท้องถนนอย่างเคร่งครัด มีการสร้างสวนสาธารณะมากถึง 300 แห่ง มีอุทยานแห่งชาติ 4 แห่ง และ 50% ของเมืองก็เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียว จึงทำให้สิงคโปร์คือเมืองที่มีสภาวะแวดล้อมที่ยอดเยี่ยมที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ระบบจราจรที่หลากหลาย และสะดวกสบาย
           สิงคโปร์มีระบบคมนาคมที่ทันสมัยหลากหลายและสะดวกสบาย โดยเฉพาะรถเมล์และรถไฟใต้ดิน ทางการสิงคโปร์มีมาตรการพิเศษเพื่อป้องกันการจราจรติดขัด เช่น การกำหนดเขตจำกัดการจราจร การเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ในอัตราที่สูง เก็บค่าธรรมเนียมใช้ถนนไฮเวย์ หรือค่าธรรมเนียมในการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลในเขตตัวเมือง นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมต่อยานพาหนะ จำกัดความเร็วสูงสุด 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รถที่วิ่งบนท้องถนนส่วนใหญ่ยังคงปฏิบัติตามกฎจราจรเพื่อความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ไม่มีการวิ่งผิดเลน ฝ่าไฟแดง โดยเฉพาะไม่ได้ยินเสียงบีบแตร ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกสบายใจเมื่อมาประเทศนี้

มาตรฐานความปลอดภัยสูง
           ความปลอดภัยและความมั่นคงส่วนบุคคล กำลังกลายเป็นเรื่องสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศ แต่สถานการณ์ในสิงคโปร์ยังคงเงียบสงบ มีเสถียรภาพสูงที่สุดในเอเชีย และเกาะแห่งนี้ก็เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ปลอดภัยที่สุดในโลก
สำหรับมาตรการด้านความปลอดภัยของสถานที่สำคัญ จุดเปลี่ยว จุดเปราะบางต่างๆ คือสิ่งยืนยันว่าประเทศสิงคโปร์เป็นสถานที่ที่มีความปลอดภัยตลอดเวลา รัฐบาลสิงคโปร์ได้กล่าวไว้อย่างชัดเจนว่าจะต่อต้านกลุ่มหัวรุนแรงที่เกิดจากเหตุผลทางศาสนาหรือเชื้อชาติอย่างเด็ดขาด และทางการจะจัดการอย่างรวดเร็วฉับไวกับพวกหัวรุนแรง บุคคล หรือกลุ่มก่อการร้ายทุกกลุ่ม อีกทั้งสิงคโปร์เป็นประเทศที่ไม่มีภัยธรรมชาติร้ายแรง เช่น น้ำท่วม แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด เป็นต้น

อยู่ใกล้เมืองไทย บินไปแค่ 2 ชั่วโมง
           นอกจากกฎหมายที่เข้มงวดแล้ว สิ่งที่ทำให้ผู้ปกครองรู้สึกมั่นใจในการส่งลูกหลานไปเข้าแคมป์ที่สิงคโปร์คือ รู้สึกอุ่นใจ ใกล้บ้าน เนื่องจากสิงคโปร์อยู่ใกล้เมืองไทย หากคุณพ่อ คุณแม่ หรือผู้ปกครองอยากไปเยี่ยม ก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย ทั้งนี้เพราะมีสายการบิน บินตรงจากหลายเมืองใหญ่ของไทย อาทิ กรุงเทพ ภูเก็ต หาดใหญ่ เป็นต้น โดยใช้ระยะเวลาการเดินทางเพียง 2- 3 ชั่วโมง เท่านั้น